2006/Sep/01

>> > ถึงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก

>>ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ



>> "เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป"

>> ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
>> รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า
>> ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม
>>เธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
>> นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี...ในวันถัดๆ
>>มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม
>>เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
>> เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...
>>ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน... ทุก ๆ >>เช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
>> ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...
>> แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
>> เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
>> เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..
>> หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...
>>ที่นี่...เป็นอพาร์ทเมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
>> เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา...
>>คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
>> ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ เธอบอกว่า วันที่ คุณประสบความสำเร็จ >>ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...
>> ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...
>>แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
>> ผมปลีกตัวออกจากเจน
>>"วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะผมต้องเข้าออฟฟิศ "
>> แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ
>>ไปด้วยกัน...
>> ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....
>> ทั้งที่จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
>> แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
>> ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...
>>เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
>> จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ
>>เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..
>> ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี
>>ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...หรือ...
>>ถ้าผมจะเลือกนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
>> มองเรือนร่างอันงดงามของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
>> วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน...
>> เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
>> เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...
>> ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... >>เธอจะเป็นอย่างไร
>> วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
>> พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
>> เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ >>กับพนักงานทุกคน....
>> แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
>> ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า.... >>ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....
>> ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
>> เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ...ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...
>> มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...
>> ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
>> ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..
>> คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...
>> เธอร้องไห้อย่างหนัก...
>> ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน ของเรา...
>>แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...
>>เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...
>> ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...
>> ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
>> ทุกๆอย่างในบ้านทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....
>> เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...
>> มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปี
>> กลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...
>> เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...
>> สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง...
>> หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..
>> ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆเสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...
>> เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...
>> ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...
>> แต่เธอต้องการให้ผมให้
>>เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...
>> และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...
>> ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..
>> เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...
>> รัชต์..คุณจำได้มั้ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ.. >> ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง
>>จำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...
>> ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวัน
>> นับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
>> ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ
>> เหล่านั้น...
>> และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
>> ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...
>> เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงื่อนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่า
>> ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
>> เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...
>> คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
>> เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...
>> ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...
>> พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...
>> ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า
>>ว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....
>> มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...
>> ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถ
>> ปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ
>>วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ... >> ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
>> ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...
>> ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...
>> วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง >>เล็กๆน้อยๆเช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..
>> ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย...
>> ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...
>> ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...
>> หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...
>>เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น >> ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้... ลูกของเราร้องขึ้นว่า
>> พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ...
>> สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น
>>ภาพที่เขามีความสุขที่สุด....
>>เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ
>> ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
>> และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......
>> เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...
>> ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
>> ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...
>> ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..
>> แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...
>>ผมบอกเธอว่า
>>เจน..ผมขอโทษ... ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม
>>แตะหน้าผากผม..คุณสบายดีหรือเปล่า
>> > เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม... >>ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย... > > ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้
>>หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....
>> > ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...
>> > เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
>> > เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม.... >>ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
>> >พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร...
>>.ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่ >>


Comment

Comment:

Tweet


เรียกความมั่นใจกลับมาได้เยอะเลย ขอบคุณจริงๆนะ
#18 by มั่งมี 's diary At 2006-09-24 23:15,
อ่านแล้วจะร้องไห้ จริงๆนะคะ
ผู้หญิงอดทนมากจริงๆ แล้วก็ทำดีจนถึงวันสุดท้าย ในที่สุด ความรักก็จบลงด้วยดี
#16 by aMy ^^ At 2006-09-07 09:12,
ดีจริงๆครับผม
#15 by นายฉิม At 2006-09-05 15:51,
อยากให้ใครที่กำลังคิดนอกใจแฟน ได้มาอ่านกันจัง .. จะได้หมดคำว่า
กิ๊ก จากโลกนี้ซะที
#14 by i - f i r m At 2006-09-05 13:50,
ไม่ว่าคู่ไหนก็ต้องคอยทำให้ความรักสดใหม่เสมอครับ
#13 by Grëêñßåÿgøñ™ At 2006-09-05 11:19,
อ้าว...แวะมานึกว่าอัพแล้ว
#12 by GoddessIsis At 2006-09-03 21:42,
. .

ซึ้ง . . *










พระคุ้มครอง*
#11 by ||| || |||| | ploy* At 2006-09-02 22:46,
อ๊ะ ขอแก้ไขค่ะ รู้จักกันแล้วนี่นา

ไม่ทันดู URL ขอโทษค่ะ ><

take care~
ชีวิตแต่งงานน่ะ เราไม่ได้ขาดหวังความหวือหวาหรอก

มันไม่ได้เหมือนความรักของหนุ่มสาว ที่เร้าร้อน และ ตื่นเต้น ท้าทาย

แต่มันคือการประคองจิตใจของคนสองคน และฝ่าฟันมันเพื่อลูกๆของเขา...

อ่านแล้วซึ้งมาก... จะจำไว้เปนบทเรียนชีวิตเลย...

lOVElOVE
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ซึ้งจังนะฮับ
#8 by zui ai yanchengxu At 2006-09-02 18:16,
ซึ้งใจดีจัง

ฝ่ายหญิงฉลาดล้ำลึกและใช้ความเยือกเย็นสยบทุกสิ่งอย่างได้แนบเนียนน่าชื่นชมจริงๆ
#7 by P Pu At 2006-09-02 09:26,
ยังไม่เคยดูเลย My little bride เป็นไงอะ...แล้วพระเอกหล่อป่าว
...
อิอิ
#6 by GoddessIsis At 2006-09-01 22:22,
เนื้อเรื่องจะคล้ายกับเรื่องที่คุณโพสต์นี่
อยู่นิดหน่อย...กว่าจะรู้ว่ารักกัน..ก็ดัน
บอกหย่ากันซะแล้ว...
#5 by GoddessIsis At 2006-09-01 19:12,
สนุกนะ
เรื่องนี้ Confirm เลยหล่ะ
#4 by GoddessIsis At 2006-09-01 19:10,
...
(น้ำตาซึม)
...
(พูดไม่ออก)
...
มันกินใจมาก...ไปหามาจากไหนเนี่ย...เรื่องจริงอะป่าว..ซึ้งมากเลย
เรายิ่งเป็นคนเซ้นซิทิฟอยู่ด้วย
..
แต่ประทับใจมากเลย...แถมมีรูปสวย ๆ ให้ดูอีกด้วย...
#3 by GoddessIsis At 2006-09-01 18:56,
นั่นสินะ
เรื่องราวกำลังจะบอกว่า
ให้ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยๆบ้างก็ดี ใช่มะ
#2 by ฟ้าบ่กั้น At 2006-09-01 16:56,
เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากค่ะ ขอบคุณที่มีเรื่องดี ๆ มาให้อ่านนะคะ
#1 by คนหน้าหมี At 2006-09-01 16:51,